ฉุก เฉินนนน... หยุมหยิม สอดแนม

ฉุก เฉินนนน... หยุมหยิม สอดแนม

ฉุก เฉินนนน... ใครได้ประโยชน์? :

https://www.khaosod.co.th/people/news_4122981

15 พ.ค. 2563 - 00:45 น.
 
 
 
ฉุก เฉินนนน...ใครได้ประโยชน์?คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

ฉุก เฉินนนน... ใครได้ประโยชน์? - ยามนี้ผู้คนไม่ได้หวั่นวิตกกับโรคโควิด-19 แต่เรื่องที่ทุกแวดวงให้ความสำคัญคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ลุ้นกันว่าก่อนวันที่ 31 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะต่ออายุหรือไม่

 

เพราะใช่เพียงฝ่ายค้านจะจี้ให้ยกเลิก แต่ทุกภาคส่วนในสังคมก็เคลื่อนไหวในแนวทางเดียวกัน

มีกระแสข่าวว่าอาจเป็นไปได้จะต่ออายุพ.ร.ก.นี้ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ทั้งที่หลายฝ่ายมองว่าย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศโดยรวม

ขณะที่นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ รองประธานชมรมแพทย์ชนบทภาคใต้ฟันธงว่า

“พ.ร.ก.ฉุกเฉินในปัจจุบันมีหน้าที่เพียงเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลควบคุมคนเห็นต่าง หวังเลื่อนเวลาที่นักศึกษา จะออกมาแสดงออกไล่รัฐบาลให้นาน ที่สุด จำกัดสิทธิประชาชนโดยไม่เคารพสิทธิที่ประชาชนมี จึงถึงเวลาที่สังคมไทยควรร่วมกันเรียกร้องให้รัฐยกเลิกพ.ร.ก. ฉุกเฉินได้แล้ว”

มติชนสุดสัปดาห์ฉบับ 15-21 พ.ค. พาดหัว ฉุก เฉินนนน...

พร้อมรูปหน้าอันเลือนรางของบิ๊กตู่ที่สวมหน้ากากอนามัย

ต้องติดตามกันว่าผู้นำจะตัดสินใจอย่างไร

-----

***********

--------------------------

 

เตือนรัฐบาลอย่าหยุมหยิม จ้องเอาผิดตามหาความจริง

https://www.khaosod.co.th/in-the-news/news_4123276

15 พ.ค. 2563 - 00:30 น.
 
 
 
เตือนรัฐบาลอย่าหยุมหยิมจ้องเอาผิดตามหาความจริงคอลัมน์ ข่าวข้น คนเข้มโดย...สันตะวา

เตือนรัฐบาลอย่าหยุมหยิม - หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ชูประชาเหนือหิ้ง เทอดด้วยสัจธรรม ฉบับนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 15 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2563 แรม 9 ค่ำ เดือน 6 ปีชวด...

ไอเดียบรรเจิดขนาดจะให้จัด คนเฝ้า สอดแนม หรือติดตั้ง กล้องวงจรปิด บันทึกพฤติกรรมหน้า ตู้ปันสุข กันไม่ให้คนหยิบฉวยสิ่งของเอาไปมากเกิน ไม่รู้เป็นมุขใหม่หรือปากพาไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กลับมาพูดและให้สัมภาษณ์อีกครั้ง หลังเงียบไปนาน ก็เล่นเอาชาวบ้านอึ้งไปตามๆ กัน...

 

แนวคิดติดตั้ง ตู้ปันสุข เกิดจากประชาชนอยากช่วยเหลือกันเอง แบ่งปันอาหารในยามยาก อันเนื่องมาจากภาวะ โรคระบาด และได้รับผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ติง นายกรัฐมนตรี ที่คิดจะทำเช่นนั้น ถือเป็นการดูถูกประชาชนและสะท้อนว่าผู้นำประเทศ ไม่เคยมองย้อนกลับไปดูการบริหารจัดการของตนว่ามีปัญหาเลย...

เป็นสัญญาณดี ที่ประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม สถิติเป็น เลข 0 ถือว่าประสบความสำเร็จใน การป้องกัน จำนวนผู้ป่วยหายดีกลับบ้านมากขึ้น ถือเป็นความสำเร็จใน การรักษา ล่าสุดเหลือนอนอยู่ในโรงพยาบาลแค่ หลักร้อย แล้ว มาตรการ ใดๆ ที่ส่งผลกระทบความเป็นอยู่และการทำมาหากินของประชาชน ต้องผ่อนปรนให้เร็วที่สุด...

แนวทางการออกบิณฑบาตของพระสงฆ์ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 มติมหาเถรสมาคม กำชับให้ พระสงฆ์-สามเณร ต้องสวม หน้ากากผ้า-หน้ากากอนามัย และขอความร่วมมือ งดให้พร หลังชาวบ้านใส่บาตรเสร็จแล้ว นอกจากนี้ ยังขอสรงน้ำทุกครั้งหลังกลับมาถึงวัด รวมถึงให้งด พิธีกรรม-กิจกรรม ทางศาสนาที่จะทำให้มีการรวมหมู่รวมกลุ่มกันมากๆ ด้วย...

ออกมาเตือนรัฐบาลอย่าหยุมหยิมเกินไป วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ชี้ฉายเลเซอร์ #ตามหาความจริง รำลึกเหตุการณ์ 10 ปี พฤษภา 2553 ไม่ผิดกฎหมาย หากไม่ยิงใส่ตา กระทบสุขภาพใคร ระบุเป็นการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ และไม่กระทบความมั่นคงด้วย...

ไม่ต้องตามหาว่าฝีมือใคร คณะก้าวหน้า ยันเอง เป็นผู้จัดทำ เพื่อทวงถามความจริงให้ปรากฏ ไยต้องไล่จับให้วุ่นวาย ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ตอบโต้ กระบอกเสียง พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้าท่าว่าทุกคนมีสิทธิ์ทวงคืน ความยุติธรรม ที่มีเงื่อนงำมาสิบปี เหตุการณ์รุนแรงที่เริ่มต้นจากความอยุติธรรม แต่แลกด้วยชีวิตคนบริสุทธิ์ 99 ศพ การทวงถาม ตามหาความจริง ควรเป็นหน้าที่ของคนในชาติด้วยซ้ำ...

วางแผงแล้ว ศิลปวัฒนธรรม ฉบับล่าสุด ว่าด้วย ห่าระบาดใหญ่สมัยรัชกาลที่ 2 จริงหรือที่หายเพราะ พระราชพิธีอาพาธพินาศ ราคา 120 บาท...

*****

*********

****************

ไม่เคยหนีคดี แต่ก็ยังไม่มีความจริง

https://www.khaosod.co.th/blunt-opinion/news_4123267

15 พ.ค. 2563 - 00:20 น.
 
 
 
ไม่เคยหนีคดีแต่ก็ยังไม่มีความจริงคอลัมน์ ชกไม่มีมุมโดย...วงค์ ตาวัน

ไม่เคยหนีคดี แต่ก็ยังไม่มีความจริง - กระแส“#ตามหาความจริง” ที่ใช้วิธีการยิงแสงเลเซอร์ในเวลาสั้นๆ แต่จุดติดในทันที ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ของประเทศไทย เป็นที่กล่าวขวัญอย่างกว้างขวาง ทั้งรัฐบาลและกลาโหมออกมาตอบโต้อย่างดุเดือด

รวมทั้งยังมีคนในประชาธิปัตย์ที่ออกมาร่วมปกป้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายกฯและรองนายกฯในเหตุการณ์นั้น

จะว่าไปแล้ว การเรียกร้องให้ค้นหาความจริง 10 เมษายน-19 พฤษภาคม 2553 ที่มีคนตายถึง 99 ศพนั้น

คงไม่ใช่เรื่องผิดกาลเทศะ เพราะทุกปีในช่วงเวลานี้ เขาก็ออกมาทวงถามความจริง ถึงปีนี้ 10 ปีแล้ว ความจริงยังไม่ปรากฏ

ใครผิดใครถูก ทั้งสองฝ่ายก็โต้กันไปมา แต่ใช้สามัญสำนึกปกติพิจารณาได้ไม่ยาก ฝ่ายเสื้อแดง ฝ่ายประชาธิปไตย เป็นฝ่ายที่เรียกร้องทุกปี

 

ถ้าเสื้อแดงเสื้อดำฆ่ากันเองจริง จะมาเรียกร้องให้พิสูจน์ความจริงทำไม!!?

ในทางกลับกัน รัฐบาลในยุคนั้น กองทัพในขณะนั้น ซึ่งวันนี้ก็คือผู้มีอำนาจจากรัฐประหาร 2557 ต่อเนื่องถึงรัฐบาลขณะนี้

เป็นฝ่ายที่มีท่าทีจะให้มีการพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้หรือไม่

ใช้สามัญสำนึกปกติ พิจารณาดูก็ได้ว่า ใครกันแน่ต้องการให้เปิดเผย ต้องการค้นหาข้อเท็จจริง ทำไมอีกฝ่ายจึงไม่ต้องการ

คนในพรรคประชาธิปัตย์ ปกป้องว่านายกฯและรอง นายกฯในปีนั้น ไม่เคยหนีคดี ไม่เคยนิรโทษกรรม และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จนทั้งป.ป.ช.และศาลชี้แล้วว่าไม่ผิด

ต้องเอาให้ชัดว่า ศาลเคยชี้ว่าไม่ผิดแล้วหรือ!?!!!!!

โดยข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดเป็นอีกอย่าง นั่นก็คือ คดีนี้มีการไต่สวนชันสูตรศพ จนศาลชี้ผลว่า มี 17 ศพที่ถูกยิงด้วยปืนจากเจ้าหน้าที่ศอฉ.

จากนั้นมีการนำสำนวนไต่สวนชันสูตรศพ มาฟ้องเป็นคดีอาญา

แต่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ต่อสู้ในข้อกฎหมายประเด็นที่ว่า เป็นการฟ้องผิด เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่นายกฯและรองนายกฯ ต้องเป็นกระบวนการป.ป.ช.

ด้วยการต่อสู้ในประเด็นข้อกฎหมายของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพดังกล่าว ศาลอาญาได้มีคำสั่งยกคดีนี้ไป โดยให้เป็นเรื่องของป.ป.ช.

ศาลอาญายังไม่ได้ตัดสินคดีนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คดีนี้ แต่คดีตกไปด้วยเหตุผลไม่ใช่ขอบเขตอำนาจศาล

จากนั้นฝ่ายเสื้อแดงและญาติ 99 ศพ ก็ไปจี้ป.ป.ช.ต่อ แต่ป.ป.ช.ก็อ้างมติเดิมที่เคยชี้เรื่องนี้ไปแล้ว จึงไม่รื้อคดีขึ้นมาใหม่

เท่ากับว่าคดี 99 ศพ ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเลย

ทั้งที่จะขึ้นศาลอาญาเพื่อพิสูจน์ความจริงอยู่แล้ว แต่ก็มีการสู้ประเด็นข้อกฎหมายจนคดีตกไป

ไม่หนี ไม่นิรโทษ แต่ลงเอยไม่ได้มีการพิสูจน์ความจริงกันเลย!

******

*************

*********************

 

สอดแนม-ติดกล้อง

https://www.khaosod.co.th/relevant/news_4123284

15 พ.ค. 2563 - 00:25 น.
 
 
 
สอดแนม-ติดกล้อง คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุมโดย...เภรี กุลาธรรม

สอดแนม-ติดกล้อง - เป็นอีกครั้ง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บ่นว่ารับไม่ได้

ก่อนหน้านี้ ก็เคยบ่นลักษณะเดียวกัน เมื่อครั้งประชาชนพากันแย่งยื้อซื้อเหล้าเบียร์ในห้างใหญ่ หลังปลดล็อกมาตรการ เปิดให้ซื้อขายได้

พร้อมกำชับห้างต่างๆ ว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ไม่เช่นนั้นจะไม่ขาย

ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ตำหนิประชาชนที่ยื้อแย่ง กวาดของจาก “ตู้ปันสุข” ที่ ชาวบ้านร่วมกันจัดทำขึ้นมา เพื่อแบ่งปันอาหารในยามยาก

ระหว่างลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมโรงทานวัดระฆังโฆสิตาราม ก็พูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งว่า

ขอฝากเรื่องการจัดตั้งโรงทานและจัดตั้งตู้ปันสุขหรือตู้แบ่งปันให้มีจำนวนมากขึ้น ที่เป็นการแสดงออกถึงความรักความสามัคคีระหว่างกัน คนที่มีศักยภาพก็นำของมาบริจาคช่วยเหลือกัน

พร้อมระบุว่าได้สั่งการให้ดูแลเรื่องตู้แบ่งปันให้มากขึ้น ให้มีคนเฝ้าและติดกล้อง เพื่อบันทึกว่าใครมีพฤติกรรมอย่างไร ยืนยันไม่อยากลงโทษใคร เพียงแต่วันนี้เราต้องไม่เห็นแก่ตัว ต้องนึกถึงคนอื่น นำของไปใช้แต่พอดี เพียงพอ

พอพล.อ.ประยุทธ์กลับมาพูดและให้สัมภาษณ์แบบนี้ เล่นเอาชาวบ้านส่ายหัวไปตามๆ กัน

ขณะเดียวกัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงทัศนะของพล.อ.ประยุทธ์ในกรณีนี้ ถือเป็นการดูถูกประชาชน และสะท้อนว่านายกรัฐมนตรีไม่เคยมองย้อนกลับไปดูการบริหารจัดการ ของตนเองว่ามีปัญหา

นายพิธากล่าวอีกว่า ถึงแม้รัฐบาลจะไม่สามารถบริหารเงินเยียวยา 5 พันบาท อย่างมีประสิทธิภาพได้ แต่อย่างน้อย ควรทำโครงการธนาคารอาหาร หรือฟู้ดแบงก์เพื่อให้ประชาชนมีทางออก ไม่อดตาย เพราะประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ ไม่สมควรต้องมีคนมากมายต้องหิวโหย

โครงการธนาคารอาหารนี้ เคยเสนอให้รัฐบาลทำตั้งแต่เดือนเมษายนแล้ว แต่ก็ไม่เคยเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนต้องมองหาวิธีการช่วยเหลือดูแลกันเอง และหากต้องเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะมีรัฐบาลแบบนี้ไว้ทำไม

ต้องยอมรับว่าทัศนะและวิธีคิดของพล.อ.ประยุทธ์ เข้าสไตล์ที่เรียกว่าเจ้าขุนมูลนาย มองชาวบ้านคือผู้ที่ถูกปกครอง ต้องเชื่อฟังคำสั่งสอน หรือไม่ก็มองเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา

ล้าหลังอย่างยิ่งในสังคมยุคใหม่ ที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน

 

 

 

  • love
    0
  • haha
    3
  • wow
    1
  • sad
    1

1 ความเห็น

 
3 ส

ตามหาความจริง ใช่

  • love
    0
  • haha
    2
  • wow
    1
  • sad
    1